ถ้าเปรียบกับญี่ปุ่น เขามีเกาะแมวไว้รวมบรรดาแมวจรให้มาอยู่รวมกัน แต่ในไทย ที่อยู่หลักของแมวจรคงไม่พ้น “วัด” ที่ๆ คนไปทำบุญ แต่บางคนก็ไปทำบาป ปีนี้ได้ไปทำบุญ 9 วัด ได้เจอแมววัดหลายตัว ที่ไม่ได้น่ารักแค่พอไปวัดไปวา แต่น่ารักมากเลยเชียว

Temple cat
ลมเย็นสบาย หลับยาวเลย

แมวที่นอนอยู่ข้างหน้าต่างโบสถ์ คงได้ยินเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นจนคุ้นเคย รวมถึงเสียงอธิษฐานของคนที่กำลังอธิษฐานขอพร บางตัวเดินมานั่งบนเสื่อหน้าแท่นพระพุทธรูปบูชา เหมือนอยากขอมานั่งสวดมนต์ใกล้ๆ เรียกว่าแมวก็นั่งกราบพระอย่างเคียงงบ่าเคียงไหล่กับคนเลยทีเดียว

Temple cat 1
ตัวนี้เหมือนอยากจะให้ช่วยเขย่าเซียมซีให้ด้วย

ใจที่รู้สึกสงบเมื่อได้นั่งเงียบๆ ในโบสถ์ที่มีลมพัดเย็นสบาย มีเสียงสวดมนต์คลอเบาๆ เป็นความสุขทางใจที่ไม่ว่าคนหรือแมวก็รู้สึกได้ไม่ต่างกัน

แต่เมื่อออกจากวัดมาใช้ชีวิตปกติที่ต้องทำมาหากิน จิตใจที่เคยสงบจะจบลงที่บันไดวัด หรือความสงบจะยังคงตามมาในรูปของสติ เรื่องแบบนี้คงสรุปเหมารวมไม่ได้ว่าคนที่ไปวัดจะคิดอะไรได้ดีกว่า เก่งกว่าแมววัด  เพราะถ้าการได้เข้าวัด ได้ฟังพระเทศน์ฟังธรรมบ่อย จะสามารถช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้จริง แมววัดก็คงแก่วัดและทำใจได้เก่งกว่าคน แต่ถ้าเจ้าเหมียวที่ได้ฟังสวดมนต์ทุกวันแต่กลับไม่เขาใจถึงเนื้อหาสาระที่แท้จริง การได้อยู่วัด ฟังเทศน์ฟังธรรมบ่อยๆ ก็คงไม่ช่วยอะไรเมื่อต้องออกมาใช้ชีวิตจริง

เจอรูปถ่ายแมววัดในกระทู้ ถ่ายไว้สวยมาก เลยขอมาแชร์ไว้ใน Cat club ด้วยนะคะ