A conversation with my doctor brother
A conversation with my doctor brother

หมอ อาชีพที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทั้งคนไข้ ญาติคนไข้ และของตัวเอง เพื่อให้ได้การรักษาที่ดีที่สุด เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่บางเหตุการณ์แม้สิ่งที่ทำได้จะดีที่สุดในขณะนั้น กลับยังดีไม่พอในเวลาต่อมา ความรู้สึกผิดจึงเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจแบบไม่ยอมจาง โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นมันเกิดขึ้นกับพ่อของตัวเอง

ย้อนกลับไป 20 ปี ในตัวเมืองของจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 250 กิโลเมตร แต่ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองของคนสูงอายุ ตลอดจนการกินอยู่และการใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นยังคงเป็นสิ่งที่ห่างไกล การเข้าถึงการรักษาแบบองค์รวมเป็นเรื่องอนาคตที่ยังไม่มีใครรู้จัก ตอนนั้น หมอก็คือนักเรียนแพทย์ธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งเริ่มตระหนักถึงโรคภัยต่างๆ ที่ซ่อนอยู่วิถีชีวิตคนจีนที่มีงานเลี้ยงโต๊ะจีนอยู่บ่อยๆ การดื่มกาแฟข้นมันทุกวัน และชีวิตที่มีขนมกะทิอร่อยๆ ในตลาดให้เลือกกินไม่ขาด คนที่นั่นเขาใช้ชีวิตแบบนั้นโดยไม่เคยมีการตรวจเช็คปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือด ซึ่งในยุคนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่มีใครอยู่ดีๆ จะเดินเข้าไปตรวจเลือดแน่ๆ นอกจากจะมีอาการเจ็บป่วยหรือถ้าเจ็บป่วยจริงๆ คลีนิคในตลาดคือทางเลือกต่อมาที่เลือกไป เพราะการรักษาไปตามอาการแบบฉีดยาปุ๊บหายปั๊บ มันทันใจกว่าการมุ่งค้นหาที่สาเหตุเป็นไหนๆ วิถีชีวิตคนค้าขายมันเป็นแบบนั้น

แต่การอยู่ๆ เป็นลม 1 ครั้ง และมีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อเดินออกกำลัง ได้แสดงออกมาให้เห็นเพื่อบอกอะไรบางอย่าง นักเรียนแพทย์รู้ดี จึงส่งพ่อไปตรวจในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ สถาบันมะเร็ง ไม่พบอะไร คิวถัดมาคือตรวจหัวใจ แต่ยังไม่ทันถึงคิว โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ก็พรากพ่อไป

อย่างไม่เหลือโอกาสให้แก้มือ

วันนี้ หมอ ได้เป็นอาจารย์หมอ และแก้ตัวด้วยการทุ่มเทรักษาคนไข้อย่างดีที่สุด สอนลูกศิษย์ทั้งความรู้เรื่องแพทย์ และจิตวิญญาณ โดยหมอก็ดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุดเช่นกัน เพื่อไม่ให้เรื่องเศร้ามันซ้ำรอย ซึ่งความดีทั้งหมดเชื่อเลยว่า พ่อ ต้องมองเห็นและคงจะคุยฟุ้งไปทั่วสวรรค์อย่าง

ภาคภูมิใจแน่นอน